เมื่อมอจจี้เข้ามาทำหน้าที่ในปี1994 ตอนนั้นยูเว่ไม่ได้สคูเด็ดโตมากว่า8ปี เป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสร

มัน คือความยอดเยี่ยมของมอจจี้ รวมทั้งอันโตนิโอ จิเราโด้ ,โรแบร์โต้ เบ็ตเตก้า , ลิปปี้โค้ชที่เพิ่งจะเข้ามาใหม่ และปีนั้นเองที่ยูเวนตุสหลุดพ้นจากช่วงเวลาเลวร้ายและคว้าสคูเด็ตโตได้ สำเร็จ หลังจากนั้นยูเว่ก็ครองเหนือฟุตบอลอิตาลีตลอดมาด้วย 7แชมป์ใน 12ฤดูกาล รวมถึง แชมปเปี้ยนลีก อินเตอร์คอนติเนนทอล และยูโรเปี้ยนซุเปอร์คัพ

สถานในปี 1994 ดูเหมือนจะไม่ต่างจากตอนนี้เท่าใดนัก ถึงแม้ว่าเหล่านักเตะที่มอจจี้ได้รับสืบต่อจากตราปัตโตนี้จะประกอบด้วยดาว ดังอย่างโรแบร์โต้ บักโจ้  ,ดิโน บักโจ ,เจอเก้น โคห์เลอร์ และแอนเดรส โมลเลอร์ ซึ่งดูเหมือนจะเหนือกว่าขุมกำลังของเดล เนรี่ในตอนนี้ แต่มอจจี้ก็ยังต้องเจอปัญหาอย่าง เอซี มิลานในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปมากว่า5ปี คว้าสคูเด็ตโต 3 ครั้ง และเพิ่งจะถล่มบาร์ซ่าชุดดรีมทีมของโยฮัน ครัฟ ในนัดชิงแชมป์เปี้ยนลีกถึง 4-0 แต่อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังหลักของมิลานก็เริ่มจะอายุเยอะทั้งบาเรซี่ และทัซซอตติ คล้ายกับอินเตอร์ในยุคนี้ซึ่งครองสคูเด็ดโตมา4หนติด

มอ จจี้ได้ปรับทัพครั้งใหญ่ ดิโน บักโจย้ายออกไปปาร์มา โมลเลอร์ไปดอตมุน ในขณะที่โรแบร์โต้ บักโจ้ และโคห์เลอร์ต่างเสียตำแหน่งตัวจริง และย้ายออกไปหลังจบฤดูกาลนั้น  มอจจี้ได้ซื้อเดอชอง แฟร์แรร่า และดาวรุ่งนามว่าเดล ปิเอโร มอจจี้ได้รื้อสิ่งที่เขาได้มา และสร้างอาณาจักรแห่งใหม่ของเขาขึ้นมา

ผ่านมา 17 ปี เหล่าแฟนๆต่างร้องเรียกโหยหายูเว่ยุครุ่งเรืองแบบนั้นอีก และมอจจี้ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่จะช่วยสร้างอาณาจักรนั้นขึ้นมาใหม่ได้

การ พ่ายแพ้ต่อปาแลร์โม 2-1 เมื่อคืนนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกถึงความอ่อนแอของสโมสรครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งตั้งแต่ มอจจี้ออกไปในปี 2006 ทีมของเดลเนรี่แพ้4จาก6นัดหลังสุด ชนะแค่2 จาก10นัดในทุกทัวร์นาเมนต์ ทำให้ยูเว่อยู่ต่ำจากอันดับที่4 ถึง 7 คะแนน มันคงจะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ถ้าพวกเขายังสามารถคว้าโควต้าแชมปเปี้ยนลีกได้อีกจาก 15 เกมที่เหลืออยู่

การ ซื้อขายของเซคโค่ที่ว่าแย่แล้ว แต่ของมาร็อตต้าก็ดูเหมือนจะไร้ประสิทธิภาพพอๆกัน ถึงแม้เขาจะใช้ไปถึง 57ล้านกับ 11นักเตะหน้าใหม่ แต่ส่วนใหญ่ก็มาด้วยสัญญายืมตัว และสโมสรจะต้องจ่ายอีกถึง 49.5 ล้านในสิ้นฤดูกาลหากต้องการซื้อขาด กวายาเรลล่า,มาตรี้ ,อคิลานี่ และเปเป้ แต่นักเตะเหล่านี้ก็เพียงก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ยูเว่กลับมายิ่งใหญ่อีก ครั้ง นี้ยังไม่รวมถึงว่าสโมสรอาจจะมีเงินมาซื้อนักเตะเหล่านี้ไม่พอ ถ้าหากหลุดจากตำแหน่ง top 4

ลองมาดูการใช้เงิน 107ล้านของมอจจี้กันบ้าง พ่อมดการตลาดอย่างเขาแลกตัวคันนาวาโรกับฟาเบียง คารินี่ , ซื้อดาวิดเพียง 3.5ล้าน ,ได้มูตูมาฟรี,และนำเงินที่ได้จากการขายซีดานไปซื้อนักเตะเวิร์ลคลาสสามคนอ ย่าง บุฟฟ่อน ,ตูราม และ เน็ดเวด มอจจี้สามารถทำให้ยูเว่ยิ่งใหญ่ได้ในเวลาเพียงแค่ 2 ปี

ส่วนในปีนี้ ยูเว่ยังคงไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งเรื่องฟูลแบ็ก และปีกซ้าย ซึ่งช่วยบ่งบอกถึงความไร้น้ำยาของเดลเนรี่ผู้ซึ่งอ่อนเชิงในการจัดการเมื่อ ได้คุมสโมสรใหญ่

เป็นเวลาช่วงหนึ่ง ที่เขาดูเหมือนจะเรียกสปิริตนักสู้ของทีมกลับมา และทำให้ทีมไม่แพ้ใครได้ยาวนานในช่วงก่อนคริสมาสต์ แต่แล้วทุกอย่างก็หายไปร้อมกับการบาดเจ็บของกวายาเรลล่า และมันก็เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่จำกัดของเขา

โค้ชที่ ดีจะไม่พยายามเอาแผนการเล่นที่ไม่เหมาะกับทีมมาใช้ ยูเว่เล่นด้วยปีกธรรมชาติเพียงหนึ่งคนมาทั้งปี และไม่ประหลาดใจเลยที่ตอนนี้คราสซิคมักโดนรุมสอง เนื่องจากคู่แข่งรู้ว่าไม่จำเป็นต้องระวังการบุกอีกข้างหนึ่ง เมื่อมูรินโญมาคุมอินเตอร์ในปี 2008 เขาก็รุ้หลังจากคุมได้สองสามนัดว่า 4-3-3ที่เขาชื่นชอบไม่เข้ากับทีมใหม่ของเขา

อีกตัวอย่างที่เดลเนรี่ ไม่สามารถเทียบกับ the special one ได้ก็คือการเปลี่ยนตัวแก้เกม โค้ชที่ดีจะอ่านเกมในสนามและพร้อมที่จะแก้เกมอยู่เสมอ แต่มาดูเดลเนรี่ผู้เปลี่ยนตัวอคิลานี่ออกใน6นาทีที่เหลืออยู่ในเกมนัดเจออู ดิเนเซ่และแทนที่เขาด้วยซิสโซโก้ ผู้ซึ่งไม่สามารถส่งได้เกิน 6 หลา  หลังจากจากนั้นนาทีเดียวทีมก็ถูกยิงประตูชัยโดยอเล็กซิส ซานเชส

เกม เมื่อคืนเหตุการณ์คล้ายกัน เมื่อซิสโซโก้ลงมาแทนอคิลานี่หลังจากผ่านไป 66นาที ถึงยูเว่จะครองเกมได้ แต่ก็ขาดความต่อเนื่อง และซิรูกูแทบจะไม่ต้องออกแรงเลยหลังจากนั้น

โชคร้ายสำหรับแฟนยูเว่ ที่การกลับมาของมอจจี้เป็นไปได้ยาก ถึงแม้เขาจะพ้นจากการแบนในปีนี้ แต่ italian football federation จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อกันไม่ให้เขากลับมา ทุกคนที่ศึกษาเรื่องกัลโชโปลี่ ต่างรู้ว่ามันคือเรื่องไร้สาระครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลี ความอยุติธรรมที่ยูเว่ต้องจ่าย FIGCก็รู้ดี แต่การยอมรับ การลงโทษ หรือการกระทำเพื่อชดเชยจะเหมือนเป็นการยอมรับผิด และเป็นเรื่องน่าตกใจหว่าเหตุการณ์ที่เกิดใน 2006 กัลโชโปลี่ได้ทำลายภาพลักษณ์ของฟุตบอลอิตาลีมามากพอแล้ว ผ่นามา 5ปี ทุกอย่างกำลังเข้ารูปเข้ารอยทั้งด้านสปอนเซอร์ โฆษณา นักเตะ สโมสร และลีก  แล้วใครจะอยากเปิดเผยความจริงเพื่อทำให้เรื่องแย่ลงไปอีกล่ะ

ด้วยเหตุนี้มอจจี้จึงดูเหมือนจะถูกใช้เป็นแพะรับบาปต่อไป

แต่ ถึงเขาจะไม่โดนกีดกัน เขาก็ต้องเจอกับอำนาจมืดที่ครอบครองยูเว่อยู่ดี ถึงแม้เขาจะใกล้ชิดกับท่านประธานอัญเญลลี่ แต่ทุกคนที่ศึกษากัลโชโปลี่ต่างรู้ดีว่ามอจจี้ไม่ค่อยถูกกับจอห์น เอลคาน ประธาน fiat นัก

ดังนั้นดูเหมือนว่ามอจจี้คงจะไม่ได้กลับมาช่วยทีม แต่อย่างไรก็ดียังมีเหล่าแฟนๆผู้ศรัทธาในตัวเขาและอาจรวมพลังเรียกร้องให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นบ้าง

แปลจาก Carlo Garganese จาก goal.com
 
 
 
 
http://www.juvethailand.com/forum/index.php?topic=18809.0

PoonleT - MovieManiaC View my profile