Vertigo (1958)

posted on 16 Apr 2009 03:23 by poonlet in Movie

กลับมาพบกันอีกครั้งกับหนังของ Alfred Hitchcock ผู้กำกับฉายา "Master of Suspense" คราวนี้เป็นเรื่อง Vertigo หนังหลอนเขย่าขวัญที่มีโครงสร้างเกี่ยวกับเรื่องจิต และ เรื่องความรัก เรื่องราวเกี่ยวกับชายผู้ซึ่งเป็นโรคกลัวความสูง ถูกเพื่อนเก่าจ้างให้สะกดรอยตามภรรยาของเขาที่มีอาการผิดปกติเหมือนกลายเป็นคนละคน  ขณะที่พระเอกกำลังตามรอยเธออยู่นั่นเอง เขาเริ่มหลงไหล และถูกครอบงำโดยเสน่ห์ของเธอ จนในที่สุดนำไปสู่เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

 

 
Alfred Hitchcock

 

Vertigo ได้ดาราระดับเทพอย่าง James Stewart มาเป็นพระเอก ส่วนนางเอกนั้นรับบทโดย Kim Novak หนังเรื่องนี้ Hitchcock ได้ดัดแปลงมาจากหนังสือนิยายฝรั่งเศสเล่มหนึ่ง และได้ Bernard Hermann คนแต่งดนตรีคู่บุญมาร่วมงาน

 

 
Vertigo

 

ในช่วงที่หนังเรื่องนี้ออกฉายใหม่ ตัวหนังกลับไม่ค่อยประสบความสำเร็จ และได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า Vertigo เป็นหนึ่งในหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยมีมา และ มักจะได้รับการกล่าวขวัญถึงอยู่เสมอๆ โดยในการจัดอับดับหนังยอดเยี่ยม 100 เรื่องของ AFI ในปี 2007 หนังเรื่องนี้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 9  และยังเป็นหนังลึกลับอันดับหนึ่งจาก AFI Top 10 อีกด้วย


เรื่องเริ่มที่ John "Scottie" Ferguson (James Stewart)นักสืบ และเพื่อนตำรวจของเขากำลังไล่ล่าผู้ร้ายอยู่บนหลังคาบ้าน ขณะที่ Scottie กระโดดข้ามหลังคาบ้าน เขาลื่นไถลไปห้อยอยู่ที่ขอบหลังคา เมื่อเพื่อนตำรวจจะมาช่วยดึงเขาขึ้นมา ตำรวจกลับพลัดตกลงไปตายแทน จากเหตุการณ์นี้ทำให้ Scottie กลัวความสูงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 
ช่วยด้วย จะหล่นแล้ว !!!
 
 
เพื่อนตำรวจตกลงไปตายอนาจ

 



หลังเหตุการณ์นั้น Scottie จึงออกจากงาน และมาอยู่อาศัยที่บ้านของ Midge เพื่อนสาว Scottie พยายามจะแก้อาการกลัวความสูงโดยการฝึกยืนบนบันได แต่เมื่อยืนบนขั้นสูงๆ เขาก็เวียนหัว และล้มลงสู่อ้อมกอดของ Midge

 

 
แม่จ๋า นู๋กลัว
 

ต่อมา Scottie ได้ไปรับงานจาก Gavin Elster เพื่อนเก่าสมัยเรียน ซึ่งมาใช้ให้ Scottie ตามสืบภรรยาของเขา Madeleine Elster (Kim Novak) ซึ่งทำตัวแปลกออกไป เหม่อลอย ดูเหมือนจะมีอาการทางจิตเหมือนถูกผีเข้า

 

 
Scottie ไปรับงานจากนาย Gavin

 

 

รุ่งขึ้น Scottie ได้แอบติดตาม Madeleine ตั้งแต่ออกจากบ้าน เธอได้ไปเยี่ยมหลุมศพแห่งหนึ่งที่โบสถ์ Scottie ได้แอบไปดูป้ายที่หลุมศพ ก็เห็นชื่อ Carlotta Valdes เขาก็ตามเธอต่อไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอได้ไปนั่งดูภาพเหมือนของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง เขาได้สังเกตเห็นว่าเธอทำผมทรงเดียวกับผู้หญิงในภาพ เมื่อเขาไปถามผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ก็ทราบว่าภาพหญิงสาวคนนั้นคือภาพของ Carlotta ต่อมาเขาตามเธอไปยังโรงแรมเก่าแห่งหนึ่งซึ่งเขาเห็นเธอขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เมื่อเขาเข้าไปถามเจ้าของโรงแรม เจ้าของกลับบอกว่าไม่มีใครอยู่ที่ห้องนั้น พอเขาขึ้นไปก็พบว่าห้องนั้นว่างเปล่า และเมื่อหันลงไปดูที่ถนนก็พบว่ารถของเธอได้หายไปแล้ว

 

 
Madeleine ไปเยี่ยมหลุมศพ
 
 
Madeleine มานั่งดูภาพ Carlotta 
 
 
 
ภาพCarlotta
 

 
Scottie ถามหา Madeleine

 

 

ต่อมา Midge ได้แนะนำ Scottie ให้ไปพบนักประวัติศาสตร์คนหนึ่ง ซึ่งเขาได้เล่าให้ฟังว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งได้สร้างบ้านให้ Carlotta อยู่ และมีลูกด้วยกัน แต่ต่อมาเศรษฐีได้ไล่ Carlotta ออกจากบ้าน และเอาลูกเธอมาเลี้ยง ทำให้เธอเป็นบ้าจนฆ่าตัวตาย หลังจากนั้น Gavin ก็ได้มาบอก Scottie ว่าความจริงแล้ว Carlotta เป็นทวดของ Madeleine นั่นเอง โดยที่เธอไม่ทราบ

 

 
นักประวัติศาสตร์เล่าเรื่อง
 

 

วันต่อมา Scottie ก็สะกดรอยตาม Madeleineไปอีก คราวนี้เธอก็ไปนั่งดูภาพที่พิพิธภัณฑ์เหมือนเช่นเคย หลังจากนั้น เธอได้ไปที่ท่าเรือข้างสะพานโกลเด้นเกท อยู่ดีๆเธอก็กระโดดลงไปในน้ำ Scottieจึงรีบกระโดดลงไปช่วยเธอ แล้วเขาก็พาเธอกลับมายังบ้านของเขา Gavin ก็ได้โทรมาบอกว่าตอนนี้ Madeleine อายุ 26 ปีซึ่งเป็นอายุเท่ากับตอนที่ Carlotta ฆ่าตัวตายพอดี

 

 

Madeleine ณ สะพานโกลเด้นเกท

 Scottie กระโดดลงไปช่วย Madeleine 

 

วันถัดมา Scottie กับ Madeleine ก็ได้ไปที่สวนป่าแห่งหนึ่ง อยู่ดีๆMadeleine ก็เริ่มมึน และรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็น Carlotta  Scottieก็พยายามถามกระตุ้นเธอเพื่อเรียก Madeleine กลับมา เธอก็ได้เล่าให้เขาฟังว่า เธอมักจะฝันว่าเดินอยู่บนทางซึ่งปลายทางเป็นความมืด และเธอจะตื่นก่อนที่จะเดินถึงปลายทาง เธอบอกว่าถ้าวันไหนเธอเดินถึงปลายทาง เธอก็คงจะตาย ซึ่งครั้งหนึ่งที่เธอเดินถึงปลายทางก็คือวันที่เธอกระโดดน้ำนั้นเอง  เธอก็ร้องว่าเธอไม่อยากตาย Scottie จึงจูบเธอและสัญญาว่าจะดูแลเธอ ไม่ทิ้งเธอไปไหน

 

 
ทั้งสองไปเที่ยวสวนป่า
 
 
ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหน
 

 

วันต่อมา Madeleine ได้มาหา Scottie และเล่าความฝันให้ฟังว่าเธอฝันเห็น หอคอย ระฆัง และ หมู่บ้าน เมื่อได้ฟังรายละเอียดของสถานที่นั้น เขาก็รู้ว่าที่นั้นคือ โบสถ์แห่งหนึ่งในอดีตเมื่อร้อยปีก่อน ที่ตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว เขาจึงพาเธอไปยังโบสถ์แห่งนั้น เมื่อไปถึงเธอก็วิ่งไปที่หอระฆังและรีบขึ้นบันไดวนจะไปยังยอดหอระฆัง Scottie ก็รีบขึ้นบันไดตามไป แต่ด้วยโรคกลัวความสูงเขาจึงขึ้นไปได้แค่ครึ่งทาง ไม่สามารถไล่ตามเธอไปถึงชั้นบนสุด และแล้วเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง เมื่อมองออกไปทางหน้าต่าง ก็เห็นร่างของ Madeleine ตกลงมาจากข้างบนลงบนหลังคาโบสถ์ตายคาที่

 

 
หอระฆังมรณะ
 
 
Scottie วิ่งตาม Madeleine ขึ้นบันไดไป
 
 
ว้าย อะไรน่ะ !!!
 
 
Madeleine ตายคาที่
 
 
นู๋กลัว อีกแร้ว
 

 

ต่อมาที่ศาล ผู้พิพากษาได้กล่าวว่าเนื่องจากความอ่อนแอ และความละเลยของ Scottie ทำให้ Madeleine ต้องตาย แต่คณะลูกขุนก็ตัดสินว่า เป็นการฆ่าตัวตาย เขาจึงไม่มีความผิด Gavin ได้เข้ามาปลอบ Scottie และขอโทษที่ลากเขามาพัวพันในเรื่องนี้ เขาบอกว่า เราต่างรู้ดีว่าใครฆ่า Madeleine (เขาหมายถึง Carlotta ที่เข้ามาสิงร่างของ madeleine)  และเนื่องจากการตายของภรรยา เขาจะออกเดินทางไปอยู่ที่ยุโรปเพื่อให้ลืมเหตุการณ์ครั้งนี้

 

 

Gavin ปลอบ Scottie

จากความเครียด ความกดดัน และความรู้สึกผิดของ Scottie เขาจึงเริ่มฝันร้าย เขาฝันว่า เขาได้ไปที่หลุมศพแห่งหนึ่ง แล้วเขาก็ตกลงไปในหลุม แล้วร่างของเขาก็ตกลงไปบนหลังคาโบสถ์ที่เดียวกับที่ร่างของ Madeleine ตกลงไป แล้วเขาก็ตกใจตื่นเหงื่อแตกท่วมตัว Midge จึงพาเขาไปอยู่ที่โรงพยาบาลโรคจิต



 
ตกลงมาตาย
 
 
แว้กก!!! ที่แท้ก็ฝันไป
 

 

เมื่อ Scottie ออกจากโรงพยาบาล เขายังคงโหยหา Madeleine เขาไปยังสถานที่ที่เขาเคยเจอเธอ และเขามักจะเห็นหญิงคนอื่นผิดเป็น Madeleine อยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเข้าไปใกล้จึงรู้ว่าไม่ใช่เธออยู่ร่ำไป อยู่มาวันหนึ่งเขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีท่าทางคล้ายเธอมากเดินอยู่บนถนน เขาจึงเดินตามเธอไปยังโรงแรมที่เธอพักอยู่ หญิงสาวคนนั้นบอกเขาว่าชื่อ Judy ตอนแรกเธอก็กลัวเขา แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวความรักของเขา เธอก็สงสาร  และตกลงจะไปกินมื้อเย็นกับเขา

 

 
อ้ะ !!! ผิดคน
 

 
Scottie ตาม Judy ไปถึงโรงแรม

 

เมื่อ Scottie กลับไป Judy ก็ไปเขียนจดหมายเล่าความจริงว่า ความจริงแล้วเธอถูก Gavin  จ้างมาให้แกล้งเป็น Madeleine มาหลอก Scottie ในวันที่เขาไล่ตามเธอขึ้นไปบนหอระฆัง Gavin ได้รออยู่ที่ชั้นบนสุด และ เมื่อ Judy วิ่งขึ้นไปถึงแล้วส่งเสียงกรี๊ด เขาจึงโยนศพของ Madeleine  ภรรยาตัวจริงที่เขาฆ่าไว้ก่อนแล้วและใส่ชุดเหมือนกับ Judy ลงมา  Scottie นั้นถูก Gavin จ้างให้ตามรอย Madeleine ตัวปลอม ก็เพื่อให้เขาได้มาเป็นพยานว่า Madeleine นั้นฆ่าตัวตายนั่นเอง โดย Gavin นั้นรู้เรื่องโรคกลัวความสูงของ Scottie ดี จึงรู้ว่าเขาจะไม่สามารถตาม Judy ขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของหอระฆังได้

 

 
Gavin โยนศพภรรยาตัวจริงลงมาจากหอระฆัง
 

 

ตอนแรก Judy กะจะเขียนจดหมายเพื่อสารภาพแก่ Scottie แต่ด้วยความรัก และ ความรู้สึกผิดที่มีต่อเขา ทำให้ Judy ฉีกจดหมายนั้นทิ้ง

 

 
Judy ฉีกจดหมายทิ้ง
 

 

คืนนั้นทั้งสองก็ได้ไปกินมื้อเย็นกัน ถึงแม้ Scottie จะยังรัก Madeleine แต่เขาก็ถูกดึงดูดโดย Judy หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้ไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง จนความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาขึ้น Scottie ได้พา Judy ไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้เหมือนกับที่ Madeleine เคยใส่ และพาเธอไปทำสีผมให้เหมือน Madeleine แม้ว่าตอนแรกเธอจะไม่ยอม แต่ในที่สุดก็ต้องยอมทำตาม หลังจากที่เธอไปแปลงโฉมมาจนทุกอย่างเหมือน Madeleine แล้ว เมื่อเธอเดินออกมา ทั้งสองก็จูบกันอย่างดูดดื่ม

 

 
Judy ถูกจับแปลงโฉมให้เหมือน Madeleine
 
 
ขอจูบทีนึง
 

 

ต่อมาในคืนหนึ่งขณะที่ทั้งสองกำลังจะไปทานมื้อเย็นด้วยกัน  Scottie ก็เริ่มสงสัยในตัว Judy เมื่อเห็นเธอเอาสร้อยคอสีแดงออกมาใส่ ซึ่งเขาจำได้ว่าสร้อยนั้นเหมือนกับสร้อยที่อยู่ในภาพของ Carlotta เขาจึงขับรถเลยร้านอาหาร และ พาเธอไปยังโบสถ์ที่มีหอระฆัง เมื่อไปถึงเขาก็บังคับให้เธอขึ้นไปบนหอระฆังเพื่อที่ จะทำเหตุการณ์ที่เขาพลาดที่จะช่วยชีวิต Madeleine ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่เขาจะไม่ต้องถูกหลอนกับความรู้สึกผิดอีกต่อไป

 

 
สร้อยคอคุ้นๆแฮะ
 
 
 
Scottie พา Judy ไปโบสถ์แห่งนั้น

 

เมื่อทั้งสองขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ Scottie ก็เริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด แล