La Strada (1954)

posted on 15 Sep 2009 21:28 by poonlet in Movie

หลังจากหายกันไปนานเนื่องจากการบล็อกนิวโร กะ เอ็นโดครายที่แสนจะโหดร้าย จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างจะอัพบล็อกเลย ก่อนที่จะขึ้นคอมเมดมหาโหดอีก ก็ขออัพหนังสักเรื่องแล้วกัน

หลังจากที่ดูหนังอเมริกันมานาน ช่วงหลังมานี้ผมก็ได้ไปหาหนังของผู้กำกับชาติอื่นๆมาดูบ้าง เช่น Andrei Tarkovsky (รัสเซีย) , Jean Renoir (ฝรั่งเศส) และ Federico Fellini (อิตาลี) ผู้กำกับเหล่านี้ล้วนมีฝีมือระดับเทพ และมีเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัวในการทำหนังของตน แต่ละคนก็ต่างได้รับยกย่องว่าสร้างคุณประโยชน์และอิทธิพลแก่วงการหนัง แต่กลับถูกรู้จักอยู่ในวงแคบๆ ถ้าไม่ใช่นักดูหนังตัวยงก็คงจะไม่มีใครเคยได้ยินชื่อเหล่านี้ อย่าว่าอะไรเลย บางคนดูหนังจบไปเรื่องหนึ่งยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้กำกับ เหอเหอ

วันนี้ผมขอเสนองานของ Federico Fellini ผู้กำกับระดับเทพของอิตาลีที่เริ่มจากการทำหนังแนว neorealism ต่อมาจึงได้พัฒนาสไตล์ของตัวเองขึ้นมา หรือที่เรียกว่า Felliniesque ซึ่งเป็นแนวหนังที่ผสมผสานระหว่าง reality และ fantasy จนคนดูสุดจะงง แต่แฝงด้วยแนวคิด ปรัชญา และอุปมาอุปมัยให้คนดูได้ตีความมากมาย หนังที่ชื่อดังของเขาก็มีเรื่อง  La Strada (1954) ,Le Notti di Cabiria (1957) ,La Dolce vita(1960) และ 8 1/2 (1963) หนังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังเรื่องดีที่สุด แต่ซับซ้อนและดูยากที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการหนังเลยทีเดียว

 

 

 
Federico Fellini 

 


สำหรับเรื่องที่ผมจะนำมาเสนอก็คือเรื่อง La Strada (The Road) ซึ่งเป็นหนังจุดเปลี่ยนระหว่างแนวทางของ Fellini จาก neorealism เป็น Felliniesque  La Strada เป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวผู้ใสซื่อจากครอบครัวที่ยากจน ที่ถูกแม่ขายให้แก่ชายฉกรรจ์พเนจรผู้ออกแสดงโชว์ไปในที่ต่างๆ ทั้งสองได้เดินทางร่วมกัน และเผชิญเหตุการณ์ และอุปสรรคต่างๆมากมาย

 

 

 
La Strada


La Strada ได้รางวัลรวมกันมากกว่า 50 รางวัล หนึ่งในนี้คือ รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างชาติยอดเยี่ยม

เรื่องเริ่มที่อิตาลียุคหลังสงครามโลก ในครอบครัวที่ยากจนครอบครัวหนึ่ง Gelsomina (Giulietta Masina ภรรยาของ Fellini) ต้องถูกแม่ขายให้แก่ Zampano (Anthony Quinn) ชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โต ซึ่งร่อนเร่หาเงินโดยการออกแสดงความแข็งแรงของเขาโดยการโชว์เบ่งพลังให้หน้าอกขยายดันโซ่ให้หลุดออกจากกัน

 

 

 
Gelsomina
 
 
Zampano
 
 
รถที่เปรียบเสมือนบ้านของ Zampano
 
 
Zampano ขยายร่าง !!!


Zampano ใช้ความโหดร้ายทั้งทางกายและอารมณ์ ฝึกฝน Gelsomina ให้เป็นผู้ช่วยคอยตีกลอง เป่าทรัมเป็ต เต้นรำ และแสดงตลก เพื่อช่วยเหลือในโชว์ของเขา ด้วยการเป็นคนมองโลกในแง่ดี Gelsomina ก็ยอมฝึกทุกอย่าง และมีความสุขไปกับการแสดง

 

 
Zampano สอน Gelsomina ตีกลอง
 
 
นี่แนะ !!! ตีไม่เพราะ ต้องตีสั่งสอน
 
 
ทั้งสองช่วยกันทำมาหากิน



คืนหนึ่ง Zampano และ Gelsomina ได้ไปกินอาหารที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง Zampano กินเหล้าจนเมา แล้วก็หนีไปเที่ยวกับสาวร้านเหล้า ปล่อย Gelsomina ทิ้งไว้ในเมืองคนเดียวทั้งคืน รุ่งเช้าเธอจึงออกตามหา Zampano ให้ไปพบเขานอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างทาง Gelsomina ตกใจมาก คิดว่าเขาตายแล้ว แต่ก็สบายใจเมื่อพบว่า Zampano เพียงแค่หลับไป เมื่อเขาตื่น ทั้งสองก็ออกเดินทางต่อไป


 
Zampano หนีไปเที่ยวกับสาว
 
 
ทิ้งกันเฉยเลยง่ะ
 
 
เหงาจัง
 
 
ตายยังเนี่ย !?


แต่แล้วเธอก็เริ่มทนไม่ได้กับการถูกปฏิบัติที่โหดร้ายจาก Zampano เธอจึงหนีเข้าไปในเมือง ที่นั้นเธอได้ชมการแสดงไต่ลวดของ Il Matto นักแสดงตลกและไต่ลวดผีมือดี ต่อมา Zampano ก็ตามหา Gelsomina เจอ และพาเธอกลับ 


 
และแล้วเธอก็จากไป
 
 
Il matto แสดงการไต่ลวด
 
 
ว้าว เท่จัง

 
กลับขึ้นรถซะ เด็กดื้อ
 
ต่อมาทั้งสองได้ไปเข้าร่วมคณะละครสัตว์ และได้พบว่า Il Matto ได้ทำงานอยู่คณะนี้ด้วย Gelsomina นั้นรู้สึกดีกับ Il Matto ทั้งสองก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี แต่ Il Matto นั้นกลับชอบแกล้ง และยุแหย่ Zampano อยู่ตลอดเวลา จนครั้งหนึ่งเขาได้สาดน้ำใส่ Zampano Zampano โกรธจัดจึงเอามีดวิ่งไล่หมายจะฆ่า Il Matto ส่งผลให้ทั้งสองถูกตำรวจจับ

 
 
ทั้งสองไปเข้าร่วมคณะละครสัตว์
 
 
โลกกลม ดันมาเจอ Il Matto
 
 
Il Matto สอน Gelsomina เป่าทรัมเป็ต
 
 
Zampano ไม่พอใจอย่างแรง
 
 
 ไม่ใช่สงกรานต์นะเว้ย !!!
 
 
เอ๋อเลย ตำรวจมา


Il Matto ถูกปล่อยตัวออกมาก่อน เขาได้ไปพบ Gelsomina และได้เสนอช่องทางที่จะทำให้เธอเป็นอิสระจากการเป็นทาสของ Zampanoโดยการหนีไปกับเขา แต่เมื่อคุยไปคุยมา สุดท้ายเขาก็บอกว่าเธอไม่ควรทิ้ง Zampano ไป เขาบอกว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมีค่าและมีเป้าหมายของมัน แม้กระทั่งก้อนหิน แม้กระทั่งเธอ Il Matto จึงพาเธอไปส่งที่โรงพัก เขามอบสร้อยคอของเขาให้เธอเป็นที่ระลึกและก็จากไป Gelsomina นั่งรอZampano อยู่ที่หน้าโรงพัก เมื่อเขาถูกปล่อยตัวออกมา Gelsomina ทั้งสองก็ออกเดินทางต่ออีก อยู่มาวันหนึ่งเธอก็ได้ถามว่าเขาจะแต่งงานกับเธอมั้ย แต่ก็ถูก Zampano ปฏิเสธ และบอกว่าให้หยุดความคิดโง่ๆเสีย


 
Il Matto เข้ามาปลอบ Gelsomina
 
 
แม้กระทั่งก้อนหินก็ยังมีคุณค่า
 
 
Il Matto พา Gelsomina มาส่งถึงโรงพัก
 
 
ลาก่อนนะ
 
 
Gelsomina วิ่งเข้าไปรับ Zampano
 
 
เราแต่งงานกันดีมั้ยค่ะ


อยู่มาวันหนึ่งระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทางอยู่นั้นเอง ก็ไปเจอ Il Matto กำลังซ่อมรถอยู่กลางทาง Zampano ได้เข้าไปหาเรื่องและต่อย Il Matto จนหนำใจ ระหว่างที่เขากำลังจะกลับนั้นเอง Il Matto ก็ล้มลง ตายคาที่ Zampano และ Gelsomina ต่างตกใจมาก Zampano ได้นำศพไปซ่อน และผลักรถของ Il Matto ตกลงไปยังข้างทาง


 
ยางแบนเรี้ยวรถช้าน
 
 
แอ้ก ต่อยนู๋ทามมาย
 
 
หยุดนะ !!!
 
 
ตายเฉยเลย
 
 
กรี้ดๆๆๆๆ
 
 
เอาศพไปซ่อนดีก่า


แต่จากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของ Gelsomina เป็นอย่างมาก แม้จะผ่านไปหลายวัน เธอก็ยังทำใจไม่ได้ จนเมื่อทั้งสองหยุดพักกินอาหารกัน ระหว่างที่ Gelsomina นอนพักงีบ Zampano ก็แอบหนีไปโดยทิ้งทรัมเป็ตอันโปรดของเธอไว้ให้

 

 
Zampano ยังคงออกแสดงต่อไป


 
Gelsomina เอ๋อซะแร้ว
 
 
นู๋กินข้าวไม่ลงง่ะ
 
 
Zampano ห่มผ้าให้ Gelsomina ก่อนจาก
 
 
ทรัมเป็ตตัวโปรดของเธอ
 
 
และแล้วเขาก็จากไป


เวลาผ่านไปหลายปี ระหว่างที่ Zampano กำลังเดินอยู่เขาก็ได้ยินผู้หญิงร้องเพลงที่ Gelsomina เคยเป่าบ่อยๆ เมื่อเขาเข้าไปถามก็ได้ความว่า พ่อของผู้หญิงคนนั้นได้ไปพบ Gelsomina จากชายหาดแห่งหนึ่ง และนำเธอกลับมาดูแล แต่เธอก็อยู่ได้ไม่นานและเสียชีวิต


 
เสียงอะไรคุ้นๆแฮะ
 
 
หญิงสาวร้องเพลงของ Gelsomina


เกิดความรู้สึกเศร้า และสับสนขึ้นมาในใจของ Zampano เขาดื่มเหล้าจนเมา และเดินไปยังชายหาด และก็ล้มลงและร้องไห้ฟูมฟายอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

 

 
เศร้าจัง

 
อยากตายยยยยยยยยย


Anthony Quinn รับบท Zampano ได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไม่มีนักแสดงคนไหนจะมาแทนที่ได้ Zampano เป็นชายที่ภายนอกดูกำยำแข็งแรง ใจคอโหดร้าย แต่คนดูสามารถรับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวและอ่อนแอภายในจิตใจ สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขาคือ การที่เขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขารัก Gelsomina ซิ่งท้ายสุดนำไปสู่โศกนาฏกรรมและชีวิตที่ว่างเปล่า

 

 

 
Anthony Quinn



Giulietta Masina (ภรรยาของ Fellini)ในบท Gelsomina ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน บทหญิงสาวจิตใจบริสุทธิ์ผู้เปี่ยมด้วยความรัก และเอื้ออาธรณ์  การแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางทำได้ยอดเยี่ยม เป็นธรรมชาติ